
นกน้อยทำรังแต่พอตัว เป็นสำนวนอมตะที่ใช้ได้ทุกยุคสมัยเลยนะคะ โดยเฉพาะบริบทเรื่องที่อยู่อาศัย ถ้าเราเลือกทำอะไรที่พอดีกับความต้องการและกำลังทรัพย์ ก็จะได้ที่อยู่อาศัยที่ให้ทั้งความสบายกายและสบายใจ แต่ถ้าหาทำอะไรเกินตัวก็อาจนำพาปัญหาต่างๆ ตามมาอีกเยอะเลยค่ะ
การเช่าบ้านหรือคอนโด จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยังไม่พร้อมซื้อบ้าน หรือคนที่ชอบความอิสระไม่ผูกมัด นอกจากนี้สำหรับคนที่กำลังเล็งจะซื้อบ้านหรือคอนโดมือสอง การได้ลองเช่าอยู่ก่อนระยะหนึ่ง ถ้าไลฟ์สไตล์ลงตัว ถูกใจจริงๆ ค่อนขอซื้อ ก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกันค่ะ
ถึงจะเป็นแค่การเช่า ยังไม่ได้ซื้อบ้านหรือคอนโดมาเป็นของตัวเอง แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกเช่าที่ไหนก็มีอีกหลายเรื่องที่ต้องดูให้ดี เพื่อให้การอยู่อาศัยไม่เกิดปัญหาตามมา เพราะถ้ายกเลิกการเช่าก่อนกำหนดก็จะถูกปรับเงินได้นะคะ วันนี้ Home Hug by Home Buyers เลยมีข้อมูล จุดสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสัญญาเช่าบ้าน - คอนโด มาแนะนำกันแล้วค่า
งบค่าเช่าที่จ่ายได้
ค่าเช่าบ้าน - คอนโด ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 หรือ 30% ของรายได้นะคะ เพราะทุกคนยังมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างอื่นอีกหลายอย่างตามแต่ความจำเป็นในชีวิตของแต่ละคน ถ้าเลือกเช่าบ้าน - คอนโด ที่มีค่าเช่าสูงไป หากเกิดอุบัติเหตุทางการเงินขึ้นมาแล้วจ่ายค่าเช่าไม่ได้ก็อาจถูกปรับเพิ่มเติมหรือยึดเงินมัดจำแล้วไล่ออกได้เลย ดังนั้นเลือกบ้านหรือคอนโดที่เรามั่นใจว่าจะจ่ายค่าเช่าได้ตลอดอายุสัญญาจะดีที่สุดค่ะ
นอกจากนี้ในกรณีที่เช่าอพาร์ตเมนต์หรือหอพัก ก็ควรสอบถามวิธีวัดหน่วยค่าน้ำค่าไฟด้วยนะคะ เพราะบางที่จะมีวิธีคิดเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนกับคอนโดที่ทางการไฟฟ้าและการประปาเป็นผู้บริการ หากค่าน้ำค่าไฟของหอพักตั้งเรตคำนวณไว้สูง ยอมจ่ายแพงกว่าอีกหน่อยเพื่อไปอยู่คอนโดอาจคุ้มค่ากว่าค่ะ
ทำเลที่ต้องการอยู่
ส่วนใหญ่คนที่เลือกเช่าบ้านหรือคอนโดจะมีเหตุผลคือการอยู่ใกล้กับที่ทำงานหรือที่เรียน วิธีเลือกทำเลของบ้านและคอนโดก็ง่ายๆ เลยค่ะ ลองดูว่าเดินทางไปกลับสถานที่ทำงานหรือสถานศึกษาสะดวกไหม ควรใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที และมีค่าเดินทางที่ถูกค่ะ
ที่สำคัญคือต้องดูสภาพแวดล้อมด้วยว่าเหมาะสมกับการอยู่อาศัยไหม มีสถานที่ซึ่งไม่ควรอยู่ใกล้ๆ บ้านอย่าง โรงงานอุตสาหกรรมเคมี, สถานบันเทิง หรือสถานที่ฌาปณกิจศพ อยู่ใกล้เกินไปหรือเปล่า แต่ถ้าทำงานในสถานที่ดังกล่าวพอดีก็ลองชั่งน้ำหนักดูนะคะ
อีกเรื่องที่ต้องดูคือเพื่อนบ้านค่ะ ไม่ว่าจะบ้านหรือคอนโดก็ให้สังเกตการดูแลความสะอาดบ้านของเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบ้านเช่าต้องดูเรื่องการจอดรถหน้าบ้านกันด้วยนะคะ นอกจากนี้ถ้าทำได้ก็ควรสืบประวัติดูก่อนว่ามีเพื่อนบ้านคนไหนไม่ถูกกับเจ้าของบ้าน - ห้องชุด หรือเคยมีปัญหากับผู้เช่าคนเก่าหรือเปล่า เราอาจโดนหางเลขไปด้วยแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ได้ค่ะ
สภาพบ้าน - คอนโด
เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูให้ดีเลยค่ะ ไม่ว่าจะ ผนัง พื้น ฝ้าเพดาน ประตู หน้าต่าง ระบบไฟฟ้า - ประปา ถ้ามีจุดไหนเสียหายจะได้แจ้งเจ้าของบ้าน - คอนโด ให้ซ่อมแซมจนเรียบร้อยก่อนเซ็นสัญญา เพราะถ้าพลาดจุดไหนไปแล้วมาเจอตอนเข้าอยู่ ผู้ให้เช่าอาจปัดความรับผิดชอบหรือโยนความผิดมาให้เราเป็นคนจ่ายค่าซ่อมก็ได้นะคะ
นอกจากนี้ก็ต้องดูด้วยว่าขนาดและฟังก์ชันของบ้าน - คอนโด ที่จะเช่านั้นพอดีกับความต้องการอยู่อาศัยของเราหรือเปล่า เพราะเราไม่สามารถ ทุบ เจาะ ต่อเติม ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามใจเหมือนบ้านของเรานั่นเองค่ะ โดยเฉพาะกับคนที่เลี้ยงสัตว์ ต้องถามเจ้าของให้แน่ใจก่อนนะคะว่าอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ไหม หรือมีกำหนดขนาดตัวของน้องหมา - น้องแมวหรือเปล่า
สภาพเฟอร์นิเจอร์
ถ้าเป็นบ้านเช่า บางที่อาจมีหรือไม่มีเฟอร์นิเจอร์ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นคอนโดให้เช่า ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ครบชุดพร้อมอยู่ ดังนั้นผู้ใช้เช่าจะต้องทำรายการ Furniture List มาให้ผู้เช่ารับรู้ร่วมกันตั้งแต่แรกด้วยว่าในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดบ้าง แต่ละชิ้นตั้งอยู่จุดไหน และมีจุดที่เสียหายตรงไหนบ้าง เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อตรวจสภาพตอนจะส่งคืนห้องนั่นเองค่ะ ตรงไหนเสียอยู่แล้วเราจะได้ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ถ้าเราทำอะไรเสียก็ต้องจำนนต่อหลักฐานแล้วยอมให้เจ้าของหักมัดจำไปนะคะ
ใน Furniture List จะต้องมีรายการเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น พร้อมภาพประกอบทั้งมุมกว้างแบบที่เห็นทั้งห้อง และมุมแคบแบบเจาะดูสภาพของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นแนบบไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงด้วยค่ะ จุดไหนที่มีความเสียหายต้องเขียนรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนเลย
สัญญาเช่าที่ถูกต้อง
พอตกลงเลือกบ้านหรือคอนโดที่ต้องการเช่าได้แล้วก็มาทำสัญญาระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่ากันนะคะ โดยข้อมูลสำคัญที่ต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนจะมีดังนี้ค่ะ
- ข้อมูลผู้เช่าและผู้ให้เช่า : ชื่อ นามสกุล อายุ ของทั้งสองฝ่าย พร้อมที่อยู่บ้าน หรือเลขที่ห้องคอนโด
- ระยะเวลาการเช่า : วันเริ่มต้นเช่าและวันสิ้นสุดการเช่า พร้อมระบุระยะเวลาใช้ชัดเจนว่าเป็นเวลากีปีหรือกี่เดือนด้วยค่ะ
- รายละเอียดทรัพย์สินที่เช่า : ระบุรายละเอียดของบ้านหรือคอนโด รวมถึงทรัพย์สินที่มีให้มาพร้อมกับบ้านหรือคอนโด ทั้งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยต้องมีข้อมูลสภาพทรัพย์สินประกอบมาด้วยว่าก่อนเช่าข้าวของต่างๆ อยู่ในสภาพไหน เพื่อใช้อ้างอิงตอนหมดสัญญาเช่า
- ความรับผิดชอบโดยผู้เช่า : ระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ ทั้ง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าอินเตอร์เน็ต และค่าความเสียหายต่างๆ ในกรณีที่ผู้เช่าทำอะไรในห้องเสียหาย
- การชำระเงิน : ระบุค่ามัดจำให้ชัดเจนว่าเป็นเงินเท่าไร รวมถึงค่าเช่าแต่ละเดือน ค่าเสียหาย และวิธีการชำระเงินให้กับเจ้าของ พร้อมระบุระยะเวลาชำระเงิน และค่าปรับหากทำผิดเงื่อนไข
- ความรับผิดชอบต่อคู่สัญญา : ข้อนี้ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะจะช่วยป้องกันการถูกผู้ให้เช่าเอาเปรียบหรือหลวกลวง โดยต้องระบุไว้เลยว่า “หากมีฝ่ายไหนผิดสัญญา สามารถยกเลิกสัญญาได้โดยไม่ต้องเสียค่ามัดจำ” และหากผิดสัญญาอย่างร้ายแรง ก็สามารถนำสัญญาไปประกอบการฟ้องร้องดำเนินคดีกันได้ด้วย
ทั้งหมดนี้ก็คือ จุดสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสัญญาเช่าบ้าน - คอนโด ที่ทีมงาน Home Hug by Home Buyers มีข้อมูลมาแนะนำกันในวันนี้ค่ะ หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังเลือกเช่าบ้าน - คอนโด อยู่นะคะ รอบคอบไว้ก่อน แล้วเราจะไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาหรือเสี่ยงถูกเอาเปรียบด้วยค่ะ